การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ครั้งที่ 7
ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2563 ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยในอนาคตต้องพึ่งพาทรัพยากรจากทะเลเพื่อความรุ่งเรืองของประเทศ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว บุคลากรและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทั้งในสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ และองค์กรภาคเอกชน ได้มีความตกลงและร่วมมือจัด “การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเล” ขึ้นในประเทศไทย โดยที่ผ่านมามีการจัดการประชุมฯ มาแล้ว ๖ ครั้ง

o   ครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมเมโทรโพล จังหวัดภูเก็ต

และ ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม

o   ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมตะวันนา รามาดา สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม

o   ครั้งที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม

o   ครั้งที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๑-๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๙ ณ โรงแรมรามาการ์เด้น โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม

o   ครั้งที่ ๖ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ โรงแรม บางแสนเฮอร์ริเทจ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม

ทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของโลกมาอย่างยาวนาน เป็นแหล่งทรัพยากรที่นานาประเทศแสวงหาโอกาสในการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการศึกษาค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์ดังจะเห็นได้จากนานาประเทศให้ความสำคัญในการค้นคว้าวิจัยเพื่อใช้ทรัพยากรทางทะเลได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ประเทศไทยมีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเลทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมาอย่างยาวนาน ผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยมีมูลค่ากว่า ๒๔ ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตามปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การขยายตัวของเมืองและชุมชนและการขยายตัวของการท่องเที่ยวนำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร  การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล และส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศทางทะเลในหลายบริเวณ ขณะเดียวกันกิจกรรมดังกล่าวไม่จำกัดอยู่ในประเทศไทย การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลต่างส่งผลกระทบต่อเนื่องซึ่งกันและกัน รวมทั้งการแบ่งปันผลประโยชน์ทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านเริ่มมีผลกระทบต่อการจัดการที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลของไทยมากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทรัพยากรทางทะเลที่มีอยู่กำลังถูกใช้จนเกินขีดจำกัด ทางออกที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการค้นหาทรัพยากรทางทะเล หรือแนวทางการใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ และการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การเป็นทะเลที่มีความยั่งยืนในทุกมิติ

มหาวิทยาลัยรามคำแหงร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจัดให้มี “การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเลครั้งที่ 7” ภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อทะเลที่ยั่งยืน (Science and Innovation for Sustainable Seas)” ระหว่างระหว่างวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2563 ณ โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ การจัดประชุมฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางทะเล เทคโนโลยีทางทะเล เพื่อเพิ่มมูลค่าหรือสร้างมูลค่าให้กับทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเข้าสู่ประชาคมโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัจจัยแวดล้อมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในระดับต่าง ๆ ต่อการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทะเลไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และนิสิต/นักศึกษา จากสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ ตลอดถึงภาคเอกชนและผู้สนใจทั่วไป ได้นำเสนอผลงานวิชาการ (ทั้งภาคบรรยายและภาคโปสเตอร์) กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ การรับฟังการแสดงปาฐกถาและบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ การอภิปรายและเสวนาวิชาการในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ การศึกษาวิจัย และการปฏิบัติงานด้านที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทางทะเลและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง    เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชาติและระดับโลกที่ และเพื่อรองรับความร่วมมือในการดูแลผลประโยชน์ทางทะเลของไทยให้มีความยั่งยืน